PVSyst คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาตรฐานระดับสากลที่ใช้สำหรับออกแบบ จำลอง และวิเคราะห์ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV System) โดยวิศวกร
หน้าที่หลักของ PVSyst มีอะไรบ้าง?
- สืบค้นและนำเข้าข้อมูลสภาพอากาศ (Meteo Data) ดึงข้อมูลความเข้มแสง อุณหภูมิ และความเร็วลมจากฐานข้อมูลระดับโลก (เช่น Meteonorm, NASA, Solargis) เพื่อนำมาคำนวณร่วมกับพิกัดที่ตั้งของโครงการ
- ออกแบบและเลือกขนาดระบบ (Sizing) ช่วยคำนวณจำนวนแผงโซลาร์เซลล์, การจัด String, และขนาดของอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
- จำลองการบังเงาแบบ 3 มิติ (3D Shading Construction) สามารถสร้างโมเดลจำลองอาคาร ต้นไม้ หรือสิ่งกีดขวางรอบๆ เพื่อดูว่าเงาจะตกกระทบแผงในช่วงเวลาใดบ้าง และส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตอย่างไร
- คำนวณการสูญเสียในระบบ (Losses Analysis) คิดคำนวณค่าสูญเสียอย่างละเอียด เช่น ความร้อนในแผง, ความต้านทานในสายไฟ (AC/DC Losses), ฝุ่นเกาะ (Soiling Losses) และความไม่เข้ากันของอุปกรณ์ (Mismatch)
สรุปรายงานผลผลิต (Energy Yield Report): ผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาเป็นรายงานเชิงลึก รวมถึงค่า PR (Performance Ratio) และกราฟ Loss Diagram ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการประเมินความคุ้มทุนของโครงการ
หากเทียบกับเวอร์ชันเก่าๆ (เช่น PVSyst 6) ตัวโปรแกรมในปัจจุบัน (เวอร์ชัน 7 จนถึงเวอร์ชัน 8 ล่าสุด) ได้รับการพัฒนาให้รองรับเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์สมัยใหม่และจัดการระบบขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้
1. รองรับแผงแบบ Bifacial (สองหน้า) ที่แม่นยำขึ้น
แผงโซลาร์เซลล์แบบสองหน้า (Bifacial) ที่รับแสงสะท้อนจากพื้นดิน (Albedo) กำลังเป็นมาตรฐานของโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในปัจจุบัน ในรุ่นใหม่ได้ปรับปรุงโมเดลการคำนวณแสงสะท้อนแบบสองหน้าให้มีความแม่นยำสูงมาก ช่วยให้คาดการณ์พลังงานที่เพิ่มขึ้น (Bifacial Gain) ได้ใกล้เคียงความจริงที่สุด
2. อัปเกรดระบบจำลอง 3D Shading และรองรับไฟล์ขนาดใหญ่
-
สามารถนำเข้าไฟล์ 3D จากโปรแกรมอื่น เช่น AutoCAD หรือ SketchUp (ผ่านไฟล์
.DAE,.3DS) ได้ราบรื่นขึ้น -
แก้ปัญหาโปรแกรมค้างหรือหน่วงเวลาเจอโครงการขนาดใหญ่ (Large Scale / Utility Scale) ที่มีแผงเป็นหมื่นๆ แผง สามารถประมวลผลฉาก 3D ซับซ้อนได้เร็วขึ้นมาก
3. รองรับระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System – BESS)
ในอดีต PVSyst เน้นระบบ Grid-connected (ต่อสายส่ง) เป็นหลัก แต่รุ่นใหม่ได้เพิ่มฟังก์ชันการจำลองระบบแบตเตอรี่ที่ลึกและละเอียดขึ้นมาก ทั้งแบบ Micro-grid (Standalone) และแบบ Grid-connected ที่มีแบตเตอรี่ช่วยจัดการ Peak Shaving หรือควบคุมการจ่ายไฟ
4. ปรับปรุงโมเดลระบบหมุนตามดวงอาทิตย์ (Trackers)
เพิ่มขีดความสามารถในการคำนวณระบบที่ใช้ Tracker หมุนตามตะวัน โดยเฉพาะฟังก์ชัน Backtracking (การปรับมุมแผงเพื่อไม่ให้เงาของแผงแถวหน้าไปบังแผงแถวหลัง) บนพื้นที่ลาดชันหรือภูมิประเทศที่ไม่ราบเรียบ (Uneven Terrain)
5. การวิเคราะห์ความไม่แน่นอนทางสถิติ (P50 / P90 Analysis)
นักลงทุนและธนาคารต้องการทราบความเสี่ยงของโครงการ รุ่นใหม่ๆ จึงมีการรวมเครื่องมือคำนวณทางสถิติอย่าง P50 / P90 (โอกาสที่จะผลิตไฟได้ตามเป้า 50% หรือ 90%) มาให้ในตัว ช่วยให้ฝ่ายการเงินนำรายงานไปวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้และการคืนทุนได้ทันทีครับ

















รีวิว
There are no reviews yet